เอไอเอส ยื่นข้อเสนอกลับไอซีที ยอมทีโอทีเข้าถือหุ้น แลกขยายอายุสัมปทานออกไปไม่ต่ำกว่า 10 ปี ลั่นไม่ยอมให้หุ้นกินเปล่าแลกค่าเสียหาย
เอไอเอส ยื่นข้อเสนอกลับไอซีที ยอมทีโอทีเข้าถือหุ้น แลกขยายอายุสัมปทานออกไปไม่ต่ำกว่า 10 ปี เช่นเดียวกับทรู ยอมจ่ายกว่า 8 พันล้านแลกขยายสัมปทาน 15 ปี ลั่นไม่ยอมให้หุ้นกินเปล่าแลกค่าเสียหาย 37,000 ล้านบาทเด็ดขาด เพราะเท่ากับยอมรับผิดการแก้ไขสัญญาครั้ง 6 และ 7 พร้อมร่างข้อเสนอกลับเข้าโต๊ะเจรจาอีก 2 สัปดาห์ ระบุต้องหารือภายในทำตามหลักบริษัทมหาชน ด้านประธานคณะกรรมการเจรจาฯ กำชับข้อเสนอที่กลับมา เอกชนควรพิจารณาความเป็นไปได้ในแง่กฎหมายด้วย หากเกินขอบเขตตัดสินใจพร้อมเสนอ ครม.อนุมัติ ดีแทค-ดีพีซี ปิดการเจรจายันไม่ได้ทำรัฐเสียหาย ส่วนทรูขอทำข้อเสนอมาพิจารณาใหม่ ระบุยอมจ่าย 8,000 ล้านบาท แลกขยายสัมปทาน
นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า ตัวแทนของเอไอเอสที่ไปประชุมร่วมกับคณะกรรมการเจรจาแก้ไขสัญญาสัมปทานโทรศัพท์กับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที) ได้กลับมารายงานข้อเสนอของบมจ.ทีโอที และข้อเสนอคณะกรรมการเจรจาฯ ซึ่งบริษัทจะเตรียมทำข้อเสนอกลับไปเช่นกัน คือภายในปลายเดือนเม.ย. นี้ หรือราว 2 สัปดาห์ตามที่ระบุไว้ ซึ่งขณะนี้ ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่าจะมีอะไรบ้าง เพราะต้องหารือกันภายในก่อน
ส่วนกรณีที่ไอซีทีมีข้อเสนอเบื้องต้นอย่างเป็นไม่ทางการกรณีมูลค่าความเสียหายจากการแก้ไขสัญญาสัมปทาน โดยทีโอทีจะเรียกร้องค่าเสียหายจากเอไอเอส 37,000 ล้านบาทจากการแก้ไขสัญญาสัมปทานหลักครั้ง 6 และ 7 ในการปรับลดส่วนแบ่งรายได้เป็น 20% ตลอดอายุสัญญาที่จะหมดลงปี 2558 และค่าเสียหายจากบริการโรมมิ่ง หากเป็นไปได้ก็ให้แปลงเห็นหุ้น โดยทีโอที เข้าไปถือหุ้นในเอไอเอสนั้น เขา กล่าวว่า ถ้าเอไอเอสรับข้อเสนอนี้ก็เท่ากับว่าเอไอเอสยอมรับว่า การแก้ไขสัญญาที่เกิดขึ้น เอไอเอสดำเนินการผิดสัญญา ทั้งที่จริงๆ แล้ว การแก้ไขสัญญาได้รับความยินยอมจากทีโอที และได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ (บอร์ด) ทีโอทีสมัยนั้น
"เรื่องผิดถูกไม่รู้ว่าทางกระทรวงเอาอะไรมาวัด เพราะแม้ว่าทีโอทีจะมีการดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายกับเรามากกว่า 75,000 ล้านบาท จากภาษีสรรพสามิต ซึ่งเราก็แจ้งไปแล้วว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ในกระบวนการไต่สวนของคณะอนุญาโตตุลาการ ส่วนการแก้ไขสัญญาทั้ง 2 ครั้ง ถ้าทีโอทีไม่ยอมแก้ เราก็ทำไม่ได้ แต่นี่การแก้สัญญาก็ได้รับอนุมัติจากบอร์ดทีโอทีแล้ว"
เขา กล่าวว่า ตัวแทนของเอไอเอสที่ไปเจรจากับไอซีทีไม่ได้กลับมารายงานว่า มีข้อเสนอให้ทีโอทีเข้ามาถือหุ้นในเอไอเอส เพื่อแลกกับการที่เอไอเอสไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายมูลค่า 37,000 ล้านบาท ซึ่งข้อเสนอนี้เอไอเอสก็รับไม่ได้อยู่ดี เพราะไม่มีเหตุผลหรือวัตถุประสงค์เพื่อไปแจ้งต่อผู้ถือหุ้นได้ เนื่องจากเอไอเอสไม่ได้ทำอะไรผิด จะยินดีให้ทีโอทีเข้ามาถือหุ้นแบบกินเปล่าได้อย่างไร แต่หากข้อเสนอของไอซีที ระบุว่าจะขยายอายุสัมปทานให้เอไอเอส 10-20 ปี เพื่อแลกกับให้หุ้นทีโอที บริษัทอาจจะยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว
นอกจากนี้ เอไอเอสเป็นบริษัทมหาชนที่กระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ดังนั้น การดำเนินการให้หุ้นกับบุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือนิติบุคคล ก็ต้องขอความเห็นจากคณะกรรมการบริษัท รวมทั้ง ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้หุ้น ซึ่งแม้ว่าจะมีผู้ถือหุ้นใหญ่ยกมือโหวตยินยอมให้หุ้นแก่ทีโอที แต่ผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ไม่เห็นด้วย ก็สามารถรวมตัวไปยื่นฟ้องได้ ดังนั้น การดำเนินการเรื่องนี้ต้องดูรายละเอียดอีกหลายประเด็น
"ถ้าเขาเสนอขยายอายุสัมปทานให้เราแลกกับให้ทีโอทีเข้ามาถือหุ้น ถ้าตกลงกันได้ ยอมรับในข้อเสนอนี้ ก็ต้องมาดูว่าหากจะให้หุ้นจะทำได้ในรูปแบบใดบ้าง เพื่อไม่ให้กระทบตัวผู้ถือหุ้นเดิมที่มีอยู่ และมีผลเสียต่อนักลงทุน ซึ่งประเด็นเหล่านี้ ยังต้องหารือกันอีกมาก"
ก่อนหน้านี้ นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการ และประธานคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร กลุ่มทรู เคยระบุว่า ทรูยอมจ่ายค่าเสียหายกว่า 8,000 ล้านบาท เพื่อแลกกับการขยายอายุสัมปทานที่จะหมดในปี 2556 ออกไปอีก 15 ปี
ด้าน นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงไอซีที ในฐานะประธานคณะกรรมการเจรจาการแก้ไขสัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือ กล่าวว่า ข้อเสนอของไอซีที ที่มาจากทั้งคณะกรรมการเจรจาฯ เอง และจากคณะกรรมการมาตรา 22 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุน) แต่ไอซีทีก็ไม่ได้นำข้อเสนอหรือแนวทางของตัวเองเป็นตัวตั้ง เปิดรับข้อเสนอของเอกชนทุกราย
ทั้งนี้ การให้เวลาเอไอเอสกลับไปทำข้อเสนอมานั้น ก็กำชับไปว่า ข้อเสนอดังกล่าวจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานทางกฎหมายที่เป็นไปได้ สามารถนำไปปฏิบัติ ซึ่งการประชุมครั้งหน้าประมาณช่วงหลังสงกรานต์น่าจะได้เห็นทางออกบางกรณีแล้ว ส่วนกรณีที่เอไอเอสต่อรองว่าจะยอมรับเงื่อนไขให้ทีโอทีเข้ามาถือหุ้นนั้น อยู่นอกเหนือการพิจารณาของคณะกรรมการเจรจาฯ ดังนั้น ก็จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป
"ถ้าข้อเสนอหรือเงื่อนไขอื่นๆ ที่คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า เกินกว่าขอบเขตที่เราจะตัดสินใจได้ ก็จะเสนอเป็นข้อมูลเสริมให้แก่ครม.ว่า เอกชนรายนี้อยากได้การขยายอายุสัมปทานเป็นข้อตอบแทน ซึ่ง ครม. ก็จะเป็นผู้ตัดสินใจเอง"
ส่วนกรณีการเจรจาระหว่าง บมจ.กสท โทรคมนาคม กับคู่สัมปทานทั้ง บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิคชั่น (ดีแทค) บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น และ บริษัท ดิจิตอลโฟน (ดีพีซี) นั้น นางจีราวรรณ กล่าวว่า ระหว่าง กสท กับ ดีแทค และกสท กับ ดีพีซี การเจรจาจบลงแล้ว และที่ไม่มีข้อสรุปว่าจะมีแนวทางการเจรจากันแต่อย่างใด เนื่องจากทางดีแทคยืนยันว่าไม่ได้สร้างความเสียหายให้แก่รัฐ และดำเนินการทุกอย่างถูกต้อง และ กสท ก็ยืนยันว่า กสท ไม่ได้เสียประโยชน์จากการแก้ไขสัญญาสัมปทานกับดีแทค เช่นเดียวกับ ดีพีซี ที่ กสท ยืนยันว่าไม่ได้รับความเสียหาย
ทางคณะกรรมการเจรจาฯ ได้แจ้งให้ กสท ยืนยันกลับมาเป็นลายลักษณ์อักษร ว่า ไม่ได้รับความเสียหายและผลประโยชน์ที่ได้รับก็ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่คณะกรรมการมาตรา 22 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมการงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 ซึ่งเสียงข้างมากระบุว่าเสียหาย ให้ ดีแทค จ่ายค่าชดเชยราว 22,445 ล้านบาท ดังนั้นจึงต้องรายงานให้ผู้ถือหุ้นคือกระทรวงการคลังได้รับทราบว่า กสท ยืนยันว่าไม่เสียหาย ส่วนจะตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า เหตุใด กสท จึงยืนยันว่าไม่ได้รับความเสียหายหรือไม่ อย่างไร ขึ้นอยู่กับกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้น 100% และกระทรวงไอซีที ในฐานะกำกับดูแล ว่าจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงหรือไม่
ขณะที่การเจรจาระหว่าง กสท และ กลุ่มทรู นั้น นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการ และประธานคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร กลุ่มทรู กล่าวว่า ขอเวลากลับไปจัดทำข้อมูล ขณะเดียวก็ขอให้ กสท เปิดเผยสมมติฐานที่นำมาคำนวณความเสียหายที่เกิดขึ้นว่า เป็นการคำนวณบนสมมติฐานใด เพื่อ ทรูมูฟ จะได้นำไปพิจารณาพร้อมกับยื่นข้อเสนอเพื่อสร้างโอกาสในการทำธุรกิจต่อไป ทาง กสท ก็เห็นด้วยที่จะเจรจากันเพื่อให้ได้ข้อยุติ ซึ่งกลุ่มทรูจะนำข้อเสนอกลับมาในอีกสองสัปดาห์เช่นเดียวกับเอไอเอส
ข่าวจาก : กรุงเทพธุรกิจ
